วิธีที่เร็วที่สุดสำหรับ Word บน Windows
สร้างคิวอาร์โค้ดโดยตรงใน Word ด้วยเขตข้อมูล (Field) DisplayBarcode
- กด Ctrl + F9 เพื่อสร้างวงเล็บปีกกาสำหรับเขตข้อมูลของ Word
- พิมพ์คำสั่งด้านล่างระหว่างวงเล็บปีกกา
พิมพ์คำสั่งนี้ในเขตข้อมูลของ Word (ห้ามพิมพ์บนหน้าเว็บนี้):
DisplayBarcode "https://www.example.com" QR \q 3- คลิกขวาที่เขตข้อมูล เลือก Toggle Field Codes (สลับรหัสเขตข้อมูล) จากนั้น Word จะทำการสร้างคิวอาร์โค้ดขึ้นมา

ใช้งาน Word บน Mac หรือ Word Online อยู่ใช่หรือไม่? โปรดใช้ Add-in คิวอาร์โค้ดที่รองรับ แต่หากไม่มี Add-in ให้ใช้งาน คุณสามารถสร้างคิวอาร์โค้ดด้วยเครื่องมือสร้างออนไลน์แล้วแทรกรูปภาพที่ดาวน์โหลดมาเป็นวิธีทางเลือกแทนได้
2 วิธีในการสร้างคิวอาร์โค้ดใน Word
| วิธีการ | เหมาะสำหรับ | ผลลัพธ์ที่ได้ |
|---|---|---|
| เขตข้อมูล DisplayBarcode | ผู้ใช้ Word บน Windows ที่ต้องการสร้างคิวอาร์โค้ดจาก URL หรือข้อความแบบง่ายๆ | Word จะทำการสร้างคิวอาร์โค้ดจากคำสั่งในเขตข้อมูล |
| Add-in คิวอาร์โค้ดสำหรับ Word | ผู้ใช้ที่ถนัดการใช้งานผ่านแผงควบคุมแบบรูปภาพมากกว่าการใช้คำสั่งเขตข้อมูล | Add-in จะทำการสร้างและวางคิวอาร์โค้ดลงใน Word |
การสร้างคิวอาร์โค้ดผ่านระบบออนไลน์แล้วแทรกรูปภาพที่ดาวน์โหลดมาถือเป็นวิธีสำรองที่ยอดเยี่ยม แต่วิธีนี้ไม่ใช่เนื้อหาหลักที่จะนำเสนอในคู่มือฉบับนี้ เนื่องจากการสร้างคิวอาร์โค้ดด้วยวิธีดังกล่าวจะเป็นการดำเนินการภายนอกโปรแกรม Word
วิธีที่ 1: สร้างคิวอาร์โค้ดโดยตรงด้วย DisplayBarcode
เขตข้อมูล DisplayBarcode เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการสร้างคิวอาร์โค้ดพื้นฐานภายใน Word สำหรับ Windows คุณสามารถใช้คำสั่งนี้กับ URL ของหน้าเว็บหรือข้อความสั้นๆ ได้โดยไม่ต้องติดตั้งเครื่องมืออื่นเพิ่มเติม
ขั้นตอนที่ 1: วางเคอร์เซอร์
เปิดเอกสาร Word และคลิกตำแหน่งที่คุณต้องการให้คิวอาร์โค้ดปรากฏขึ้น โปรดเว้นพื้นที่โดยรอบให้เพียงพอเพื่อไม่ให้คิวอาร์โค้ดทับซ้อนกับข้อความบริเวณใกล้เคียง
ขั้นตอนที่ 2: สร้างเขตข้อมูล Word
กด Ctrl + F9 เพื่อให้ Word สร้างวงเล็บปีกกาพิเศษสำหรับเขตข้อมูลขึ้นมาหนึ่งคู่ (สำหรับแป้นพิมพ์ที่ใช้ปุ่มฟังก์ชันควบคุมสื่อ คุณอาจต้องกด Ctrl + Fn + F9 ร่วมด้วย)

ขั้นตอนที่ 3: ป้อนคำสั่งคิวอาร์โค้ด
พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ลงไประหว่างวงเล็บปีกกา:
DisplayBarcode "https://www.example.com" QR \q 3
แทนที่ URL ตัวอย่างด้วยลิงก์ที่คุณต้องการให้คิวอาร์โค้ดเปิดขึ้นมา เขตข้อมูลที่สมบูรณ์จะแสดงเป็น:
{ DisplayBarcode "https://www.example.com" QR \q 3 }
DisplayBarcodeคือคำสั่งที่บอกให้ Word สร้างบาร์โค้ด- ข้อความภายในเครื่องหมายคำพูดคือปลายทางที่ถูกเข้ารหัสไว้
QRคือการเลือกรูปแบบคิวอาร์โค้ด\q 3คือการตั้งค่าระดับการแก้ไขข้อผิดพลาดของคิวอาร์โค้ด

ขั้นตอนที่ 4: สร้างคิวอาร์โค้ด
คลิกขวาที่เขตข้อมูลแล้วเลือก Toggle Field Codes จากนั้น Word จะนำคิวอาร์โค้ดที่สร้างขึ้นมาแทนที่คำสั่งดังกล่าว

Word จะแทนที่คำสั่งในเขตข้อมูลด้วยคิวอาร์โค้ดตามที่แสดงให้เห็นในหัวข้อวิธีแบบรวดเร็วด้านบนของคู่มือนี้
ขั้นตอนที่ 5: ทดสอบโค้ดที่สร้างขึ้น
ลองสแกนคิวอาร์โค้ดด้วยโทรศัพท์มือถือก่อนที่จะแชร์หรือพิมพ์เอกสาร เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าคิวอาร์โค้ดสามารถเปิด URL หรือเนื้อหาที่คุณป้อนได้อย่างถูกต้อง
วิธีเปลี่ยนคิวอาร์โค้ด
- คลิกขวาที่คิวอาร์โค้ดที่สร้างขึ้น
- เลือก Toggle Field Codes
- แก้ไข URL หรือข้อความภายในเครื่องหมายคำพูด
- เลือกเขตข้อมูลและกด F9 เพื่อทำการอัปเดต
- สลับรหัสเขตข้อมูลอีกครั้ง และทดสอบคิวอาร์โค้ดที่สร้างขึ้นใหม่
วิธีปรับขนาดหรือปรับแต่งคิวอาร์โค้ดใน Word
คุณสามารถเพิ่มสวิตช์คำสั่งเสริมลงในเขตข้อมูล DisplayBarcode ได้ หากคิวอาร์โค้ดเริ่มต้นมีขนาดเล็กเกินไป หรือคุณต้องการเปลี่ยนระดับการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือสีสัน
ตัวอย่างเช่น คำสั่งนี้จะสร้างคิวอาร์โค้ดของ URL เดิมในขนาด 150%:
DisplayBarcode "https://www.example.com" QR \q 3 \s 150| สวิตช์คำสั่ง | สิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ | ค่าที่รองรับหรือตัวอย่าง |
|---|---|---|
\s | ปรับขนาดคิวอาร์โค้ด | 10–1000 (ป้อนเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์แบบจำนวนเต็ม) |
\q | ตั้งค่าระดับการแก้ไขข้อผิดพลาดของคิวอาร์โค้ด | 0–3 |
\f | ตั้งค่าสีพื้นหน้า | ค่า RGB ตั้งแต่ 0 จนถึง 0xFFFFFF |
\b | ตั้งค่าสีพื้นหลัง | ค่า RGB ตั้งแต่ 0 จนถึง 0xFFFFFF |
เมื่อไรที่ควรเลือกใช้ DisplayBarcode
ควรใช้ DisplayBarcode เมื่อคุณใช้งาน Word สำหรับ Windows และต้องการคิวอาร์โค้ดแบบเรียบง่ายที่ไม่มีโลโก้ ไม่ต้องการระบบวิเคราะห์การสแกน หรือไม่ต้องการเปลี่ยนลิงก์ปลายทางผ่านแผงควบคุมภายนอก
วิธีที่ 2: สร้างคิวอาร์โค้ดด้วย Add-in ของ Word
Office Add-in ที่รองรับการทำงานสามารถช่วยให้คุณสร้างคิวอาร์โค้ดผ่านแผงควบคุมแบบรูปภาพภายใน Word ได้อย่างง่ายดาย วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการพิมพ์คำสั่งในเขตข้อมูลด้วยตัวเอง หรือต้องการควบคุมการทำงานขั้นพื้นฐานอย่างเช่นการปรับขนาดหรือการเปลี่ยนสี
ขั้นตอนที่ 1: เปิดเมนู Add-in
เปิด Insert (แทรก) > Get Add-ins (รับ Add-in) หรือ Home (หน้าแรก) > Add-ins (Add-in) > More Add-ins (Add-in เพิ่มเติม) (ขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน Word ที่คุณใช้งาน)
ขั้นตอนที่ 2: ค้นหา Add-in สำหรับสร้างคิวอาร์โค้ด
ค้นหาคำว่า QR code จากนั้นโปรดตรวจสอบผู้เผยแพร่, เวอร์ชัน Word ที่รองรับ, สิทธิ์การเข้าถึงที่จำเป็น, นโยบายความเป็นส่วนตัว และรีวิวจากผู้ใช้ก่อนทำการติดตั้ง Add-in เสมอ
ตัวอย่าง Add-in ที่นิยมใช้กันในปัจจุบันคือ QR4Office ใน Microsoft Marketplace ซึ่งสามารถฝังรูปภาพคิวอาร์โค้ดลงในเอกสาร Office อีกทั้งยังมีเครื่องมือสำหรับควบคุมสี พื้นหลัง ขนาด และระบบแก้ไขข้อผิดพลาดให้ใช้งานอีกด้วย

ขั้นตอนที่ 3: สร้างคิวอาร์โค้ด
- เปิด Add-in ที่ติดตั้งไว้ภายใน Word
- ป้อน URL แบบเต็มหรือเนื้อหาที่คุณต้องการนำมาเข้ารหัส
- ปรับการตั้งค่าต่างๆ ตามต้องการ โดยอย่าลืมใช้สีที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน (Contrast)
- เลือกคำสั่งสร้างหรือแทรกคิวอาร์โค้ดของ Add-in
- สแกนคิวอาร์โค้ดที่สร้างขึ้นเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของปลายทาง
บัญชีธุรกิจและบัญชีสำหรับการศึกษาบางประเภทอาจบล็อก Add-in ของบริษัทอื่น หรืออาจต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแลระบบก่อน โปรดหลีกเลี่ยงการป้อนข้อมูลที่เป็นความลับจนกว่าคุณจะได้ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงของ Add-in แล้วเท่านั้น
ต้องการสร้างคิวอาร์โค้ดหลายๆ รายการใน Word ใช่หรือไม่?
สำหรับป้ายกำกับ ตั๋ว ใบรับรอง หรือจดหมายส่วนตัว Word สามารถสร้างคิวอาร์โค้ดที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละรายการผ่านฟีเจอร์ Mail Merge (จดหมายเวียน) ได้ เพียงแค่บันทึก URL ปลายทางหรือ ID ไว้ในคอลัมน์ของ Excel ทำการเชื่อมต่อสเปรดชีตนั้นเข้ากับ Word และใช้คำสั่งในเขตข้อมูล MergeBarcode เพื่ออ้างอิงถึงหัวคอลัมน์ดังกล่าว
สำหรับคอลัมน์ Excel ที่ใช้ชื่อว่า QR_Link คุณสามารถใช้คำสั่งเขตข้อมูลดังต่อไปนี้:
MergeBarcode QR_Link QR \q 3- เตรียม URL หรือ ID ลงในคอลัมน์เดียวของ Excel
- ในโปรแกรม Word ให้ไปที่เมนู Mailings (การส่งจดหมาย) แล้วเชื่อมต่อไฟล์ Excel ในฐานะรายชื่อผู้รับ
- แทรกเขตข้อมูล MergeBarcode ที่ใช้ชื่อหัวคอลัมน์จาก Excel แบบตรงกันทุกตัวอักษร
- แสดงตัวอย่างผลลัพธ์และทดสอบคิวอาร์โค้ดที่สร้างขึ้นหลายๆ อันก่อนจะทำการผสานข้อมูลให้เสร็จสมบูรณ์
สำหรับการตั้งค่าฉบับสมบูรณ์ โปรดดูคู่มือของ Microsoft เกี่ยวกับการเพิ่มบาร์โค้ดลงในป้ายกำกับ
ต้องทำอย่างไรหาก Word เวอร์ชันของคุณไม่สามารถสร้างคิวอาร์โค้ดได้?
เมื่อคำสั่ง DisplayBarcode ไม่สามารถใช้งานได้และบัญชีของคุณก็ไม่สามารถติดตั้ง Add-in ได้ คุณสามารถสร้างคิวอาร์โค้ดด้วยเครื่องมือสร้างออนไลน์แล้วแทรกรูปภาพที่ดาวน์โหลดมาลงใน Word แทน
- ป้อน URL ลงในเครื่องมือสร้างคิวอาร์โค้ดออนไลน์
- สร้างและทดสอบคิวอาร์โค้ด
- ดาวน์โหลดเป็นรูปภาพความละเอียดสูงในรูปแบบไฟล์ PNG
- ไปที่ Insert (แทรก) > Pictures (รูปภาพ) ในโปรแกรม Word
- เลือกรูปภาพและปรับขนาดจากบริเวณมุม
นี่คือวิธีแก้ปัญหาเมื่อเกิดความไม่เข้ากันของระบบ: โดยคิวอาร์โค้ดจะถูกสร้างขึ้นภายนอก Word และนำมาแทรกลงในเอกสารในภายหลัง
ต้องการความช่วยเหลือในการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมหรือไม่? ลองเปรียบเทียบเครื่องมือสร้างคิวอาร์โค้ดที่ดีที่สุดได้ที่นี่ โดยไม่จำเป็นต้องทำให้บทแนะนำ Word ฉบับนี้กลายเป็นการเปรียบเทียบเครื่องมือสร้างคิวอาร์โค้ดแบบเต็มรูปแบบ
วิธีทำให้คิวอาร์โค้ดที่สร้างใน Word สแกนได้อย่างถูกต้อง
- ใช้คิวอาร์โค้ดสีเข้มบนพื้นหลังสีสว่าง
- เว้นขอบว่างรอบๆ คิวอาร์โค้ดเอาไว้เสมอ
- ห้ามยืดคิวอาร์โค้ดในแนวตั้งหรือแนวนอน
- ทดสอบสแกนหลังจากบันทึกเอกสาร Word แล้ว
- ทดสอบสแกนอีกครั้งหลังจากส่งออกเป็นไฟล์ PDF หรือสั่งพิมพ์
- ตรวจสอบว่าผู้ใช้คนอื่นๆ สามารถเข้าถึงลิงก์ปลายทางได้จริง
ข้อแตกต่างระหว่างการสร้างคิวอาร์โค้ดใน Word กับการสร้างคิวอาร์โค้ดสำหรับไฟล์ Word
การสร้างคิวอาร์โค้ดใน Word หมายถึงการที่ Word สร้างหรือมีคิวอาร์โค้ดที่เชื่อมโยงไปยัง URL ฟอร์ม พอร์ตโฟลิโอ วิดีโอ หรือปลายทางอื่นๆ
การสร้างคิวอาร์โค้ดสำหรับไฟล์ Word หมายถึงการที่คิวอาร์โค้ดจะเปิดไฟล์ DOCX ขึ้นมาโดยตรง หากต้องการทำเช่นนั้น ให้ทำการอัปโหลดไฟล์ สร้างลิงก์สำหรับแชร์ และสร้างคิวอาร์โค้ดสำหรับลิงก์ดังกล่าว
โปรดดูคู่มือแยกต่างหากสำหรับแปลงไฟล์ PDF หรือเอกสาร Word ให้เป็นคิวอาร์โค้ดในกรณีที่ต้องการให้ปลายทางคือไฟล์ตัวเต็ม ไม่ใช่แค่ลิงก์หน้าเว็บที่แทรกอยู่ภายในเอกสาร
การแก้ไขปัญหาการสร้างคิวอาร์โค้ดใน Word
Word แสดงคำสั่งแทนที่จะเป็นคิวอาร์โค้ด
ให้คลิกขวาที่เขตข้อมูลแล้วเลือก Toggle Field Codes
คำสั่งไม่ทำการสร้างคิวอาร์โค้ดให้
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้สร้างวงเล็บปีกกาผ่าน Word ด้วยการกดปุ่ม Ctrl + F9 เช็กให้ชัวร์ว่าปลายทางอยู่ในเครื่องหมายคำพูดแบบตรง และมีคำว่า QR ปรากฏอยู่ด้านหลัง
คิวอาร์โค้ดที่สร้างขึ้นเปิดลิงก์ผิดพลาด
สลับรหัสเขตข้อมูล ตรวจสอบ URL เพื่อหาคำที่สะกดผิดหรือช่องว่างส่วนเกิน ทำการอัปเดตเขตข้อมูล แล้วลองสแกนดูใหม่อีกครั้ง
คิวอาร์โค้ดไม่สามารถสแกนได้หลังจากสั่งพิมพ์
ลองขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นตอนสั่งพิมพ์ รักษาลักษณะของโค้ดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เพิ่มความคมชัด (Contrast) ให้มากขึ้น เว้นขอบว่างเอาไว้ และสั่งพิมพ์หน้าทดสอบดูอีกครั้ง
ไม่พบ Add-in หรือถูกบล็อก
เลือกใช้คำสั่ง DisplayBarcode ใน Word สำหรับ Windows หรือใช้วิธีสำรองด้วยเครื่องมือสร้างออนไลน์แทนในกรณีที่บัญชีของคุณไม่สามารถติดตั้ง Add-in ได้
คำถามที่พบบ่อย
Word สามารถสร้างคิวอาร์โค้ดโดยไม่ต้องมี Add-in ได้หรือไม่?
ได้แน่นอน Word สำหรับ Windows สามารถสร้างคิวอาร์โค้ดผ่านเขตข้อมูล DisplayBarcode ได้ เพียงแค่กดปุ่ม Ctrl + F9 ป้อนคำสั่งลงไป และทำการสลับรหัสเขตข้อมูล
Microsoft Word มีปุ่มคิวอาร์โค้ดให้กดใช้งานหรือไม่?
Word ไม่มีปุ่มคิวอาร์โค้ดแบบสากลติดตั้งมาให้ในตัว กรุณาใช้คำสั่ง DisplayBarcode หรือติดตั้ง Add-in คิวอาร์โค้ดที่รองรับเพื่อสร้างแทน
ฉันสามารถสร้างคิวอาร์โค้ดใน Word บน Mac ได้หรือไม่?
คำสั่ง DisplayBarcode ถูกระบุไว้สำหรับ Word บนระบบ Windows เท่านั้น หากคุณใช้ Mac ให้มองหา Add-in ที่รองรับ หรือใช้เครื่องมือสร้างคิวอาร์โค้ดภายนอกเป็นวิธีสำรองแทน
ฉันสามารถสร้างคิวอาร์โค้ดใน Word Online ได้หรือไม่?
คุณสามารถใช้ Add-in สำหรับ Word ที่รองรับได้หากมีให้ใช้งาน หากไม่มี ให้สร้างคิวอาร์โค้ดจากภายนอกและแทรกรูปภาพที่ดาวน์โหลดมาลงในเอกสารออนไลน์ของคุณแทน
ฉันสามารถเปลี่ยนคิวอาร์โค้ด DisplayBarcode ในภายหลังได้หรือไม่?
ได้แน่นอน เพียงสลับรหัสเขตข้อมูล แก้ไข URL หรือข้อความที่เข้ารหัสไว้ อัปเดตเขตข้อมูลด้วยการกดปุ่ม F9 แล้วระบบก็จะสร้างคิวอาร์โค้ดใหม่ให้มองเห็นได้อีกครั้ง
คิวอาร์โค้ดที่สร้างใน Word จะมีวันหมดอายุหรือไม่?
คิวอาร์โค้ดแบบคงที่ (Static) จะไม่มีวันหมดอายุด้วยตัวเอง แต่จะไม่สามารถใช้งานได้หากปลายทางที่เชื่อมโยงไว้มีการเปลี่ยนแปลง ถูกลบ หรือไม่สามารถเข้าถึงได้
Word สามารถสร้างคิวอาร์โค้ดหลายๆ อันจากข้อมูลใน Excel ได้หรือไม่?
ได้แน่นอน Word สามารถใช้ฟีเจอร์ Mail Merge ร่วมกับเขตข้อมูล MergeBarcode เพื่อสร้างคิวอาร์โค้ดแยกตามแต่ละรายการในแหล่งข้อมูล Excel ได้ โดยชื่อเขตข้อมูลในคำสั่งจะต้องตรงกับชื่อหัวคอลัมน์ของ Excel ด้วย
ไม่มี Microsoft Word ใช่ไหม? สร้างเอกสารคิวอาร์โค้ดให้เสร็จสมบูรณ์ได้ใน WPS Writer
วิธีใช้คำสั่ง DisplayBarcode จำเป็นต้องมีโปรแกรม Word สำหรับ Windows หากไม่มี Microsoft Word คุณก็ยังสามารถจัดการกับเอกสารได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยการสร้างคิวอาร์โค้ดออนไลน์แล้วแทรกรูปภาพที่ดาวน์โหลดมาลงใน WPS Writer
WPS Writer สามารถเปิดและแก้ไขไฟล์ DOC และ DOCX ที่เข้ากันได้กับ Word ดังนั้น คุณจึงสามารถทำงานบนเอกสาร Word ที่มีอยู่ต่อ หรือสร้างเอกสารใหม่ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนรูปแบบของไฟล์หลัก
วิธีแทรกคิวอาร์โค้ดที่สร้างขึ้นใน WPS Writer
- สร้างคิวอาร์โค้ดด้วยเครื่องมือออนไลน์ แล้วดาวน์โหลดเป็นรูปภาพความละเอียดสูงในรูปแบบไฟล์ PNG
- เปิด WPS Writer และสร้างเอกสารใหม่ หรือเปิดไฟล์ DOCX ที่มีอยู่เดิม
- เลือกเมนู Insert (แทรก) > Picture (รูปภาพ) และเลือกรูปภาพคิวอาร์โค้ดที่ดาวน์โหลดมา
- ปรับขนาดคิวอาร์โค้ดโดยดึงจากมุม เพื่อรักษารูปร่างให้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสตามเดิม จากนั้นให้ปรับการตัดข้อความและตำแหน่งตามความเหมาะสม
- บันทึกเอกสารเป็นไฟล์ที่เข้ากันได้กับ Word จากนั้นให้ทดสอบสแกนคิวอาร์โค้ดอีกครั้งก่อนที่จะแชร์หรือพิมพ์เอกสาร
เพียงแค่เปิดไฟล์ DOCX แทรกรูปภาพคิวอาร์โค้ดที่สร้างขึ้น จัดรูปแบบหน้ากระดาษ และกดบันทึกเอกสารให้เรียบร้อย
ดาวน์โหลดฟรี



